คุณแม่ทั้งหลายคงเคยได้ยินกันบ่อยๆ นะคะเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หลายๆ คนอาจจะสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ ของลูกน้อยว่ามีการพัฒนาการที่ดีและเร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมแม่หรือเปล่า???? นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกเพื่อสุขภาพของลูกที่แข็งแรงควรเลี้ยงด้วยนมแม่มาดูประโยชน์ที่ลูกน้อยจะได้รับจากนมแม่กันดีกว่าค่ะ

ข้อดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  • ลูกมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง
  • ลูกมีความสุขมากรู้สึกได้ใกล้ชิดแม่และปลอดภัยในอ้อมกอดของแม่
  • ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหู จมูก คอ และปอด
  • โอกาสที่จะเป็นภูมิแพ้น้อย
  • โอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนในเด็ก และเบาหวานน้อย
  • โอกาสที่จะท้องอืด ท้องผูก และท้องเสียจะมีน้อย

ประโยชน์และคุณค่าของน้ำนมแม่

  • ในน้ำนมแม่มีสารอาหารมากมายหลายชนิดกว่านมผสม มีมากกว่า 200 ชนิด ทั้งปริมาณและคุณภาพมีสัดส่วนที่เหมาะสม
  • ในน้ำนมแม่ปรับเปลี่ยนคุณภาพไปตามความต้องการของลูกในทุกระยะของการเจริญเติบโต (ในนมผสมจะไม่มี)
  • น้ำนมแม่สะอาดและปลอดภัย และมีให้ลูกพร้อมตลอดเวลา (ไม่มีการบูดเน่าเสีย)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างภูมิต้านทานให้กับลูก และช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้
  • ในน้ำนมแม่มีไขมันและสารอาหารที่ส่งเสริมให้สมองเจริญเติบโตเต็มที่ (เป็นการพัฒนาสมองและเสริมสร้างไอคิวให้ลูก)
  • ใน 6 เดือนแรกลูกจะได้รับประโยชน์และคุณค่าของสารอาหารจากน้ำนมแม่มากที่สุด

ให้นมแม่แก่ลูกน้อยช่วงไหนดี ????

 “ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด ถ้าหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆกับการคลอด

ควรให้ลูกได้ดูดนมแม่เร็วที่สุดยิ่งดีค่ะ

ข้อสังเกตว่าลูกได้รับนมแม่เพียงพอหรือไม่ ????

  • ลูกถ้าอิ่มนมแล้วก็จะปล่อยหัวนมออกจากปากของเค้าเองค่ะ
  • ลูกนอนหลับสนิท ไม่งอแง และจะตื่นมาดูดนมอยู่บ่อยๆ ช่วง 1-2 เดือนแรกจะตื่นมาดูดนมบ่อยนะคะอาจจะทุกๆ 1-2 ชั่วโมงค่ะ
  • การถ่ายอุจจาระของลูกจะนิ่ม มีสีเหลือง และการถ่ายจะประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งที่ดูดนมแม่ค่ะ
  • การปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนๆ ใสๆ และความถี่ก็ประมาณ 6-8 ครั้งต่อวันค่ะ
  • น้ำหนักช่วงแรกเกิดของลูกจะลดลงในช่วง 5 วันแรกร้อยละ 5-7 ของน้ำหนักแรกเกิด และจะกลับมามีน้ำหนักเท่าช่วงแรกเกิดอีกครั้งในช่วง 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นแล้วน้ำหนักลูกจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยประมาณ 500 กรัมต่อเดือน หรือมากกว่า (สำหรับลูกอายุ 6 เดือนแรก)
  • ลูกดูมีความสุข ไม่งอแงหลังจากดูดนมแม่

“ถ้าลูกแสดงอาการเหล่านี้มั่นใจได้เลยว่าลูกได้รับนมแม่อย่างเพียงพอค่ะ”

ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

Comments

comments