น่ารู้กับอาการไส้ติ่งอักเสบ

1
49733

โรคไส้ติ่งอักเสบเกิดจากไส้ติ่งที่เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากส่วนต้นของลำไส้ใหญ่มีความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว อยู่ตรงบริเวณท้องน้อยข้างขวาเกิดการอุดกั้นในรูของไส้ติ่ง จึงทำให้ไส้ติ่งติดเชื้อและอักเสบขึ้นพร้อมทั้งทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเฉียบพลันอย่างรุนแรง ซึ่งโรคไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด หากรักษาช้าอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ดังนั้นเรามาดูอาการไส้ติ่งอักเสบกันดีกว่าคะ

อาการไส้ติ่งอักเสบนั้นอาจแบ่งได้เป็นสองชนิด คือชนิดตรงไปตรงมาและชนิดไม่ตรงไปตรงมา

1.อาการไส้ติ่งอักเสบชนิดตรงไปตรงมานั้นจะเริ่มจากมีอาการปวดบริเวณรอบสะดือก่อน หรือบอกแน่ชัดไม่ได้ว่าปวดที่บริเวณใด แต่ระยะต่อมาอาการปวดจะชัดเจนที่บริเวณหน้าท้องด้านล่างขวา ซึ่งอาการปวดท้องมักมีร่วมกับอาการเบื่ออาหารและมีไข้ อย่างไรก็ดีไข้ไม่ใช่อาการที่จำเป็นต้องมีเสมอไป อาจมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน รู้สึกง่วงซึม และรู้สึกไม่สบาย ด้วยอาการแบบตรงไปตรงมานี้ การวินิจฉัยสามารถทำได้ง่าย ผู้ป่วยมักได้รับการผ่าตัดรวดเร็วและผลออกมาไม่รุนแรง

2.อาการไส้ติ่งอักเสบชนิดที่ไม่ตรงไปตรงมานั้นอาจเริ่มจากมีอาการปวดเริ่มที่หน้าท้องด้านล่างขวาตั้งแต่ต้น แต่มีอาการท้องเสียร่วมด้วยจึงทำให้ผู้ป่วยอาจสับสนคิดว่าเป็นโรคท้องเสียธรรมดาเท่านั้น และมีการดำเนินโรคที่ยาวนานค่อยเป็นค่อยไปกว่า หากไส้ติ่งที่อักเสบสัมผัสกับกระเพาะปัสสาวะอาจทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย หากไส้ติ่งที่อักเสบอยู่ด้านหลังลำไส้เล็กตอนปลายอาจมีอาการคลื่นไส้รุนแรงได้ บางรายอาจรู้สึกปวดเบ่ง โรคไส้ติ่งอักเสบเรื้อรังต่างจากโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน อาการอาจแตกต่างได้มากในผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งอาการไส้ติ่งอักเสบแบบนี้ทำให้การวินิจฉัยโรคมากขึ้นจึงต้องอาศัยการตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์ช่วย

อาการจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องที่มีลักษณะต่อเนื่องและปวดแรงขึ้นนานเกิน ๖ ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีอาการปวดเป็นพักๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็มักจะปวดอยู่นานหลายวัน และอาการปวดท้องจะเจ็บมากขึ้นเมื่อมีการขยับเขยื้อนตัว หรือเวลาเดินหรือไอจาม ผู้ป่วยจะนอนนิ่งๆ ถ้าเป็นมากผู้ป่วยจะนอนงอขา ตะแคงไปข้างหนึ่ง หรือเดินตัวงอ เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น มีวิธีตรวจอาการไส้ติ่งอักเสบอย่างง่ายๆ คือ ให้ผู้ป่วยนอนหงายแล้วใช้มือกดลงลึกๆ หรือใช้กำปั้นทุบเบาๆ ตรงบริเวณไส้ติ่ง (ท้องน้อยข้างขวา)ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมาก (เรียกว่า อาการกดเจ็บ) ผู้ป่วยอาจมีไข้ต่ำๆ (วัดปรอทพบอุณหภูมิ 37.7-38.3 องศาเซลเซียส) อย่างไรก็ตาม พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบ อาFiFi8ไม่มีอาการไส้ติ่งอักเสบชนิดตรงไปตรง ดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือ อาจมีอาการปวดและกดเจ็บตรงท้องน้อยขวา โดยไม่มีอาการอย่างอื่นนำมาก่อนก็ได้ ส่วนในเด็กเล็ก อาการอาจไม่ชัดเจน อาจมีอาการปวดท้องทั่วๆ ไป โดยไม่พบว่ามีอาการกดเจ็บตรงบริเวณไส้ติ่งก็ได้ ในคนสูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ อาการปวดท้องจะเป็นไม่รุนแรง และอาจไม่มีอาการกดเจ็บเช่นกัน

อาการแทรกซ้อนและการรักษา

โรคไส้ติ่งอักเสบถ้าไม่รีบรักษาจะทำให้ไส้ติ่งแตกได้จนลุกลามกลายเป็นเยื้อบุช่องท้องอักเสบเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาจเกิดขึ้นหลังจากมีอาการไม่กี่วัน สำหรับการรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบต้องทำการผ่าตัดไส้ติ่งออกเท่านั้น ถ้าไส้ติ่งแตกแพทย์จะวางท่อบริเวณแผลผ่าตัดและเย็บปิดแผลเฉพาะชั้นกล้ามเนื้อเปิดชั้นไขมันและผิวหนังไว้ เพื่อล้างแผลทุกวัน ประมาณ 3 – 5 วัน จนกว่าแผลจะสะอาด และไม่มีหนองแล้วจึงจะเย็บปิดแผล

ถ้ามีอาการปวดและกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวาควรนึกถึงโรคไส้ติ่งอักเสบไว้เสมอและรีบปรึกษาแพทย์นะคะ

Comments

comments