การเรียนรู้ง่ายๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน แม้จะเป็นเพียงของเล่นธรรมดา แต่ถ้าเอามาใช้ดี ๆ มันอาจจะเป็นมากกว่าของเล่นก็ได้เมื่อเด็กเริ่มโตพอที่จะรู้ความแล้ว เขาก็จะเริ่มนำของเล่นใกล้ๆ ตัวมาเล่นแบบบทบาทสมมุติ

ของเล่น อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ เท่านั้นนะคะ ถ้าเรานำมาใช้ให้ดี ก็สามารถนำมาต่อยอดให้ความรู้ให้ลูกรักได้เช่นกันค่ะ

โดยแสดงตนเองว่าเป็นคนขาย ขายน้ำ หรือขายขนมครกเป็นต้น ซึ่งการที่เด็กจะเล่นบทบาทสมมุติได้ก็คือ เด็กต้องสังเกตเห็นจากสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวก่อน เช่น อาจจะเคยเห็นคุณแม่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง เห็นคุณพ่อพาไปทานข้าว หรือแม้แต่การเข้าร้านสะดวกซื้อ เด็กก็สังเกตได้ว่า เวลาคุณพ่อ คุณแม่เดินไปหยิบของแล้วจะต้องเดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่งเพื่อจ่ายเงิน แล้วก็มีคนนำของชิ้นนั้นๆ ใส่ถุงให้คุณพ่อ คุณแม่ ถือกลับบ้านไป  เด็กอาจจะมีความสงสัยอยู่ในใจก็ได้ว่าทำไมเราถึงเอาของสิ่งนั้นไปไม่ได้ ทำไมเราต้องให้เงินเขาด้วย ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่ก็ช่วยอธิบายให้ลูกเข้าใจได้ค่ะ ว่าเงินนั้นมีค่าอย่างไร และใช้เพื่ออะไร นอกจากนี้ เราอาจใช้ตัวช่วยอื่นๆ มาอธิบายเสริมก็ได้ เช่น

  • ของเล่นชุดขายของ
  • ของเล่นแคชเชียร์
  • ของเล่นชุดทำอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ อาหาร จาน ช้อนส้อม
  • ชุดธนบัตรและเหรียญจำลองจำหน่ายเพื่อการศึกษา หากไม่มี อาจใช้วิธีตัดกระดาษ หรือ ปั้นดินน้ำมัน ให้มีสีที่แตกต่างกันเพื่อแทนค่าเงินก็ได้ เช่น สีแดง  = 10 บาท   สีเขียว = 5 บาท และสีน้ำเงิน = 1 บาท เป็นต้น
  • เวลาเล่นควรคำนึงถึงช่วงอายุ เช่น หากยังอายุน้อย ควรเริ่มจากการให้รู้จักค่าของสิ่งของก่อน เช่น องุ่นมีราคา 5 บาท ส้มราคา 10 บาท ถ้ายากขึ้นก็ให้ลองคิดผลรวม เช่น ถ้าซื้อองุ่นกับส้มจะต้องจ่ายเงินกี่บาท และหลังจากนั้นจึงสอนให้ทอนเงิน เช่น ของราคา 15 บาท ให้ไป 20 บาทต้องทอนเงินกี่บาท เป็นต้น

5 ข้อดีของการเล่นขายของ

  • เสริมสร้างทักษะจินตนาการ การเล่นบทบาทสมมตินั้นไม่มีถูกหรือผิด ลูกสามารถเล่นได้อย่างอิสระนอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกเข้าใจบทบาทของคนแต่ละอาชีพมากขึ้นอีกด้วย
  • ฝึกการพูดไปในตัว เพราะขณะที่แสดงบทบาทสมมุติ ลูกก็จะพูดเล่าเรื่องต่างๆ ออกมาด้วย
  • ฝึกให้รู้ค่าของเงิน จำนวน การบวก – ลบ และการทอนเงิน
  • ฝึกทักษะการจำ เพราะลูกต้องจดจำจากแม่ค้า หรือคนขายของที่เขาเคยเห็นว่า มีลักษณะการพูดอย่างไร ให้เงินไปแล้ว ต้องทอนด้วย หรือต้องนำของใส่ถุงให้เรียบร้อยก่อนให้ลูกค้า เป็นต้น
  • ประหยัด เราอาจจะไม่ต้องซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการก็ได้ แต่เป็นการนำ ดอกไม้ ใบไม้ หรือก้อนหินตามธรรมชาติมาให้ลูกเรียนรู้แทนก็ได้ค่ะ

ดังที่กล่าวไปแล้ว ว่าของเล่น อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ เท่านั้นนะคะ ถ้าเรานำมาใช้ให้ดี ก็สามารถนำมาต่อยอดให้ความรู้ให้ลูกรักได้เช่นกันค่ะ

 

 

Comments

comments