มะเร็งปากมดลูกฟังชื่อแล้วก็แน่นอนว่าเป็นโรคที่เกิดกับคุณผู้หญิงนะคะเพราะคุณผู้ชายไม่มีมดลูกแต่ว่าคุณผู้ชายก็เป็นตัวนำเชื้อมาให้กับผู้หญิงเราด้วย ในช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ 18 ปีขึ้นไปของผู้หญิงไม่ควรจะมองข้ามโรคร้ายแรงนี้ไปเด็ดขาดเลยนะคะ ควรที่จะไปตรวจภายในทุกปี จะได้ไม่เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูก และไม่ควรจะอายหมอ อย่าอายค่ะถ้ามันจะทำให้เราปลอดภัยจากโรคร้ายเพราะว่าหมอเองก็ได้รู้ได้เห็นได้ตรวจภายในคุณผู้หญิงมาเยอะแล้วเป็นเรื่องปกติสำหรับหมอมองว่าทุกส่วนของร่างกายของผู้หญิงก็มีอวัยวะเป็นส่วนประกอบเหมือนๆกันค่ะ เราควรจะรู้จักโรคก่อน ป้องกันก่อน แก้ไขก่อนที่มะเร็งปากมดลูกจะมาเยือน!!!!

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดมาจากเซลล์ของปากมดลูก และเป็นโรคร้ายแรงที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของโรคมะเร็งในผู้หญิง ถึงแม้ว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้หญิงโสดก็อย่าชล่าใจหรือว่านิ่งนอนใจว่าเราคงไม่เป็นโรคนี้แน่นอน ถ้าคิดแบบนี้ก็คิดผิดแล้วค่ะ เพราะว่าความเสี่ยงของหญิงโสดที่เป็นมะเร็งปากมดลูกก็มีค่ะ มันเกิดจากอะไรล่ะ????? ก็เกิดจากความไม่สะอาด ความอับชื้นของกางเกงในที่ผู้หญิงใส่ (เกิดเชื้อรา) และเกิดจากการสัมผัสที่รุนแรงกับอวัยวะเพศของคุณผู้หญิงก็เป็นไปได้นะคะ ทีนี้คุณผู้หญิงทั้งหลายมารู้จักกับเชื้อไวรัสที่น่ารังเกียจก่อให้เกิดโรคนี้กันดีกว่าค่ะว่าเชื้อไวรัสมาจากไหน!!!!!

เชื้อไวรัสตัวนี้ชื่อว่า “ไวรัส HPV” (Human Papilloma Virus) หรือไวรัสหูด เป็นเชื้อไวรัสที่ติดได้ง่าย ถ้าระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือว่าไม่ดี เพราะไวรัสตัวนี้ทนทานต่อความร้อน และความแห้งได้ดีทีเดียว และเจ้าเชื้อไวรัส HPV มีมากมายหลายร้อยชนิด แต่ก็มีไม่กี่ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ผู้หญิงทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ง่ายกว่าหญิงโสดที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ค่ะ แต่ก็อย่าเพิ่งตกใจกันไป เพราะว่าภูมิต้านทานในร่างกายของเราก็จะทำการกำจัดเชื้อไวรัสนี้ให้หายเองได้ มีส่วนน้อยเท่านั้นค่ะที่เชื้อไวรัสตัวนี้ดื้อด้านกำจัดไม่ได้และได้ไปสร้างความผิดปกติให้กับเยื่อบุของปากมดลูกและกลายเป็นมะเร็ง (ใช้เวลานานพอควรเลยค่ะ) อย่างไรก็ตามอย่าได้นิ่งนอนใจถ้ารู้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือสงสัยว่ามดลูกของคุณมีปัญหาก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้นะคะ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก

  1. ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ง่าย
  2. การสูบบุหรี่
  3. การรับประทานยาคุมกำเนิดนานเกินไป
  4. การมีบุตรหลายคน
  5. การมีคู่นอนหลายคน
  6. การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อย
  7. เคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  8. การมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีเชื้อ HPV
  9. การมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีคู่นอนหลายคน
  10. การมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
  11. การมีเพศสัมพันธ์กับชายที่เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

จากที่กล่าวถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดกว่าสาเหตุอื่นๆ ถ้าระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเพศก็คงจะมีความเสี่ยงที่น้อยลงได้ และก็หมั่นไปตรวจภายในทุกๆปี เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง การตรวจภายในไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสำหรับผู้หญิง ตรงกันข้ามเลยเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง รู้เร็วเราก็รักษาได้ทันป้องกันได้ทัน

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก

อาการโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก จะไม่มีอาการผิดปกติให้เราได้รู้เลยว่าเจ้าเชื้อไวรัสได้มาเยือนเราแล้ว จึงเป็นการยากที่เราจะสังเกตได้ แต่เชื้อไวรัสนี้ก็สามารถที่จะตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ ถ้าเราหมั่นไปหาหมอตรวจภายในทุกๆปี หรือถ้ามีอะไรผิดปกติก็สามารถไปตรวจได้ไม่ต้องรอให้ถึงปีค่อยไปตรวจนะคะ มาดูอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นที่มีเชื้อไวรัสก่อตัวขึ้นเพื่อบ่งบอกว่ามดลูกเริ่มจะมีก้อนเนื้อร้ายมาเยือนแล้วค่ะ

  1. ตกขาวมีสีเหลือง มีกลิ่นแรง และมีเลือดปนด้วย
  2. มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
  3. ประจำเดือนมาผิดปกติจากที่เคยเป็น (มานานผิดปกติ หรือเป็นกะปริบกะปรอย)
  4. มีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ
  5. ปวดท้องน้อย
  6. มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือน
  7. ปัสสาวะ/อุจจาระเป็นเลือด
  8. ขาบวม ปวดหลัง (มะเร็งเริ่มลุกลามไปสู่อวัยวะอื่นๆ)

“ปัจจุบันมีวิธีการตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกที่แม่นยำ และชัดเจนแล้วนะคะ”

การวินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก

  1. การตรวจภายใน
  2. การตรวจ pap smear เป็นการป้ายตัวอย่างบริเวณปากมดลูก และเป็นการตรวจควบคู่ไปกับการตรวจภายในเพื่อหาเซลล์มะเร็ง
  3. การตรวจโดยการขูดชิ้นเนื้อภายในปากมดลูกไปตรวจ

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

  1. การผ่าตัด
  2. การใช้ยาเคมีบำบัด (คีโม)
  3. การใช้รังสีรักษา
  4. การฉายรังสีและการให้เคมีบำบัดรักษาตามการแพร่กระจายของมะเร็ง

การรักษาขึ้นอยู่กับการแพร่กระจายของมะเร็ง และระยะการเป็นโรค แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และให้ข้อมูลกับผู้ป่วยเพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษา เพราะว่าการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกย่อมมีผลข้างเคียงต่อการรักษา ดังนั้นผู้ป่วยต้องศึกษารายละเอียดให้เข้าใจ

การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

  1. ตรวจภายในทุกๆปี (ไม่ว่าจะเป็นโสด หรือว่าแต่งงานแล้ว)
  2. เวลามีเพศสัมพันธ์ควรให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยจะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ค่ะ
  3. การฉีดวัคซีนป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก
  4. การไปตรวจ pap smear เป็นประจำก็เป็นการป้องกันขั้นพื้นฐานได้ค่ะ
  5. ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรค

โรคมะเร็งปากมดลูกน่ากลัวและร้ายแรงติดอันดับโรคร้ายพอสมควร อยู่ที่ตัวคุณผู้หญิงทั้งหลายแล้วล่ะค่ะว่าจะป้องกันไว้ก่อนหรือว่าจะปล่อยไม่ต้องป้องกัน แต่เมื่อเราทราบรายละเอียดของโรคร้ายแล้วและได้ศึกษาวิธีป้องกันแล้วก็ไม่ยุ่งยากอะไรมากมายเลยนะคะ เมื่อรู้แล้วก็ควรปฏิบัติเพื่อสุขภาพคุณเองนะคะเพราะ “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐค่ะ”

 

Comments

comments