หน้าที่หลักของโทนเนอร์ คือชำระทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าผิวหน้าสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกตกค้างจริงๆ นอกจากนี้โทนเนอร์ ยังช่วยปรับสมดุลของผิว ช่วยลดความมัน และ กระชับรูขุมขน ในคนที่มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง หรือ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ในคนที่มีผิวแห้ง หลังการล้างหน้า โทนเนอร์จึงช่วยให้ครีมบำรุงทำงานดีขึ้น โดยครีมจะซึมซาบลงสู่ผิวง่ายขึ้นและลึกมากขึ้น หากใช้ครีมบำรุงหลังโทนเนอร์ภายใน วันนี้เราจึงเสนอวิธีใช้โทนเนอร์ให้ถูกวิธี

6 วิธีใช้โทนเนอร์ให้ถูกวิธี

1.ควรเช็ดโทนเนอร์หลังล้างหน้าใหม่ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

2.โดยควรทาโทนเนอร์ด้วยสำลีเช็ดหน้า เพราะสะอาดกว่านิ้วมือและทาได้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า แต่ก็มีบางกรณีสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อาจเกิดการอักเสบจากเส้นใยของสำลีได้ ดังนั้นจึงควรใช้นิ้วมือค่อยๆ ลูบไล้โทนเนอร์ให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือจะมีผลดีต่อผิวหน้ามากกว่า

3.เลือกใช้สำลีชนิดแผ่นแทนสำลีแบบก้อน เพราะสำลีแบบแผ่นสามารถเช็ดทำความสะอาดเข้าถึงทุกซอกทุกมุมของใบหน้าได้ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเช็ดหลายๆ ครั้ง ในทางตรงข้ามสำลีแบบก้อนจะเช็ดได้ไม่ทั่วถึง ทำให้จำนวนครั้งที่ผิวหน้าจะถูกรบกวนมีมากขึ้น

4.วางแผ่นสำลีพาดนิ้วกลางและนิ้วนาง ใช้นิ้วชี้และนิ้วก้อยหนีบปลายแผ่นสำลีให้อยู่ นำโทนเนอร์ใส่บนสำลีแผ่นให้ได้ขนาดเท่าเหรียญสิบบาท

5.เช็ดที่ละครึ่งหน้า เพื่อเป็นการเตือนความจำว่าคุณเช็ดโลชั่นได้อย่างทั่วถึงจริงๆ

6.โดยเช็ดหน้าผากเริ่มจากกลางหน้าผากออกไปด้านข้างหนึ่งรอบ เช็ดลงมาตามแนวสันจมูก เช็ดแก้มและคางเริ่มจากข้างจมูกออกด้านข้าง ทำเป็นสามแนว เริ่มจากแนวต่ำกว่าใต้ตา

7.เช็ดเสร็จแล้วไม่ต้องล้างหน้าออก หลังจากนั้นอีก 1-2 นาที ก็สมารถทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ

ถ้าเป็นสิวควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะยิ่งจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นและเป็นการเร่งการขับไขมันออกมามากขึ้นนะคะ ก่อนใช้โทนเนอร์ควรทดลองตรงผิวหลังใบหู (ตรงจุดแต้มน้ำหอม) ถ้าแพ้ก็จะเห็นผลภายใน 30-60 นาทีหรือ ถ้ายังไม่มั่นใจ ก็ให้ทดลองเช็ดโทนเนอร์ก่อนนอนทิ้งไว้ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และ ลองสังเกตว่า ผิวบริเวณที่ทำการทดลองมีรอยผื่นแดงหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าสามารถใช้โทนเนอร์ชิ้นนั้นได้

 

Comments

comments