เรื่องของสิวถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างความหงุดหงิดใจให้เราไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ เพราะการที่จะรักษาสิวแต่ละทีใช้เวลาและเงินไม่น้อยเลยทีเดียว บางทีรักษาสิวหายแล้วเราก็ยังต้องมาปวดหัวกับร่องรอยที่สิวทิ้งไว้อีก ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ล้วนส่งผลเสียต่อใบหน้าของเราทั้งนั้น และหากเราเจอปัญหาแบบนี้ ก็คงทำได้แค่บอกตัวเองให้ทำใจ และรักษาสิววนไปนั่นเองค่ะ

            การรักษาสิว รอยสิว หรือแม้กระทั่งหลุมสิวก็มีหลายวิธี ส่วนใหญ่ที่คนนิยมกันก็คือหันหน้าเข้าหาคลินิกความสวยความงาม เพราะเห็นผลได้ไว แต่ในบางกรณีที่เราเลือกคลินิกผิดก็เป็นการทำร้ายตัวเองแบบไม่รู้ตัวเลยก็ว่าได้นะคะ และก่อนที่เราจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาหลุมสิว เราต้องมาทำความเข้าใจประเภทของหลุมสิวและสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวก่อนค่ะ

หลุมสิวมีกี่ประเภทและสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวมีอะไรบ้าง

            เรารู้กันอยู่แล้วว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิว นั่นก็มาจากการเป็น สิว นั่นเองค่ะ แน่นอนว่าเมื่อเราเป็นสิวและมีการบีบแกะ หรือเกาสิว พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้เกิดหลุมสิวได้ง่าย รวมถึงการที่เราไม่ได้มีการรักษาความสะอาดผิวหน้าเราดีพอจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ อีกทั้งสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือสาเหตุจากกรรมพันธุ์ก็ทำให้เกิดหลุมสิวได้เช่นกันค่ะโดยทั่วไป หลุมสิวจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะอาการค่ะ คือ

1.Rolling Scars สาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวประเภทนี้คือ การที่เราเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ เมื่อสิวหายแล้วจึงทำให้ร่องรอยของสิวยังมีอยู่ ซึ่งลักษณะของหลุมสิวประเภทนี้คือ หลุมสิวมีลักษณะคล้ายกับแอ่งกระทะ ที่ขอบของหลุมสิวจะมีร่องรอยคล้ายๆกับรอยเหี่ยวย่นนั่นเองค่ะ

2.Box Scars หลุมสิวในลักษณะนี้มีสาเหตุมาจากสิวอักเสบขนาดใหญ่ หรือในตอนที่เราเป็นอีสุกอีใสก็สามารถเกิดหลุมสิวแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ หลุมสิวประเภทนี้จะมีลักษณะคล้ายกับกล่องที่มีช่องลงไปปกติจะมีขนาดประมาณ 3-4 มิลลิเมต

3.Ice Pick Scars เป็นหลุมสิวที่มีปากแผลเล็กแต่ลึก ส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร

รักษาหลุมสิวได้วิธีไหนบ้าง

        แม้ว่าในปัจจุบันวิธีรักษาหลุมสิวจะมีให้เราเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางธรรมชาติ หรือการกรอผิวให้บางขึ้น, การใช้เข็มแทงลงไปเพื่อเซาะพังผืดออก ทำให้รอยหลุมสิวลึกดีดตัวขึ้นมา หรือแม้แต่การรักษาหลุมสิวโดยใช้เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ก็ตาม

            แต่วิธีการรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น การรักษาความสะอาดของผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเมื่อเป็นสิว ควรหลีกเลี่ยงการแคะ หรือบีบสิว เพราะการกระทำเหล่านี้จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดหลุมสิวอย่างดีเลยค่ะ นอกจากนี้คุณยังสามารถลดการเกิดสิวได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่าและรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว และมีการทายารักษาหลุมสิวและรอยสิวอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้อาจจะเห็นผลได้ช้าซักหน่อย แต่หากมีวินัยในการดูแลผิวหลุมสิวก็สามารถหายได้ค่ะ

ที่มา:daily.rabbit.co.th

Comments

comments