“มะเร็งมีหลายชนิดที่ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เป็นโรคร้ายแรงที่มีสิทธิ์เป็นได้ ทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นคนหรือว่าสัตว์ค่ะ

มะเร็ง โรคนี้ทำให้คนไทยเสียชีวิตมามากมายเช่นเดียวกับโรคร้ายแรงอื่นๆ อีกหลายโรค มะเร็งน่ากลัวมากสำหรับคนที่ตรวจแล้วเจอก้อนเนื้อร้ายอยู่ในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะรักษาหายได้ก็ตาม คนที่ตรวจเจอว่ามีเชื้อมะเร็งก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ทำให้ใจห่อเหี่ยว ใจฝ่อและท้อกับการที่จะสู้กับโรคมะเร็ง มีน้อยคนที่จะยิ้มรับกับโรคนี้ได้ค่ะ แหม!!! ใครจะยิ้มออกล่ะคะเจอก้อนมะเร็งทั้งที เรามาศึกษารู้ทันโรคมะเร็งกันดีกว่าค่ะจะได้รับมือกับโรคนี้ได้และบอกลาเจ้ามะเร็งร้ายว่าร่างกายเราไม่ต้อนรับนะจ๊ะ…..มาดูความหมายของโรคมะเร็งกันค่ะ

โรคมะเร็ง หมายถึง ก้อนเนื้อที่พบในร่างกายไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตามที่มีก้อน ตุ่ม หรือเป็นไตและพบความผิดปกติว่ามีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีการลุกลามอย่างเร็วกระจายไปตามส่วนอื่นๆของร่างกาย ที่เราเรียกกันว่า “เนื้องอก” นั่นเองค่ะ แล้วทำไมถึงเรียกว่า “เนื้องอก” ????????

เพราะเป็นก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นใหม่จากเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อได้แล้วก็จะแบ่งเป็นชนิดธรรมดากับชนิดร้ายแรงค่ะ

เนื้องอกชนิดธรรมดา (Benign tumour)

เนื้องอกชนิดธรรมดามีหลายแบบตามตำแหน่งที่เกิดขึ้นในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายจะมีผลต่อร่างกายน้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าเจอแล้วไม่รักษาเพราะมีผลต่อร่างกายน้อยนะคะยิ่งรีบรักษาเร็วเท่าไรก็จะหายเป็นปกติเร็วขึ้นค่ะ แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจจะกลายเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรงได้ค่ะ

“รักษาตามที่แพทย์วินิจฉัยก็ไม่เสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งได้ค่ะ”

เนื้องอกชนิดร้ายแรง (Malignant tumour)

เนื้องอกชนิดร้ายแรงก็คือ “มะเร็ง” ค่ะ สังเกตได้จาก

  • การเจริญเติบโตของก้อนเนื้อจะเร็วมาก
  • เซลล์มะเร็งจะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
  • มีการทำลายหลอดเลือดทำให้มีเลือดออก
  • มีการเน่าตายของเซลล์มะเร็ง (มีกลิ่นเหม็น)
  • มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ

“รักษาตามที่แพทย์วินิจฉัย รวดเร็วและถูกต้องก็ทำให้มะเร็งหายได้ค่ะ”

อาการของโรคมะเร็ง

  • มีอาการป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น แจ่มใส และน้ำหนักลดลง กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร หรือมีอาการเสียดท้อง แน่นท้อง
  • ไอเรื้อรัง
  • ระบบขับถ่ายเริ่มมีปัญหา (ปัสสาวะเป็นเลือด หรือขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำคล้ำ)
  • หูอื้อ/มีเลือดกำเดาไหล
  • เป็นแผลตามร่างกายซึ่งรักษาหายช้า
  • มีตุ่มขึ้นบางส่วนของอวัยวะ (จากเล็กๆแล้วก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ)
  • ผู้หญิงจะมีตกขาวผิดปกติ หรือว่าจะมีกลิ่นเหม็น
  • ตามร่างกายถ้ามีหูดหรือไฝเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมให้สังเกตุดูความผิดปกติด้วยนะคะ

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

  • จากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น พิษจากเชื้อรา (Alfatoxin) อาหารที่ปิ้ง ย่าง ไหม้เกรียมที่มีสารก่อมะเร็ง (Hydrocarbon) สารเคมีที่ใช้ถนอมอาหาร (Nitosamine) และสีผสมอาหาร (สีย้อมผ้า)
  • ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีรสเค็มจัด
  • การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
  • การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
  • เชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสฮิวแมนแพบพิลโลมา
  • จากรังสีเอ็กเรย์ และอุลตราไวโอเลตจากแสงแดด
  • เกิดจากความผิดปกติในร่างกาย เช่น เด็กพิการมาแต่กำเนิด การมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง การขาดวิตามินบางชนิด (ไวตามินเอ ซี)
  • ทางพันธุกรรม (มะเร็งบางชนิดเท่านั้นค่ะ) เช่น มะเร็งเต้านม ถ้าครอบครัวเคยมีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดกับคนอื่นๆในครอบครัวนั้นค่ะ

โรคมะเร็งส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวเรา ส่วนปัจจัยภายในร่างกายนั้น จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก ถ้าเรารู้จักที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสารที่ก่อมะเร็งได้ เราก็จะรู้จักวิธีป้องกันโรคและห่างไกลจากก้อนเนื้อร้ายที่เป็นมะเร็งได้ค่ะ

การป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

  • ควรหลีกเลี่ยงจากสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
  • ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีรสเค็มจัด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ
  • พยายามอย่าสูบบุหรี่ (เลิกได้ยิ่งดีค่ะ) และดื่มสุรามากเกินไป
  • ถ้าร่างกายมีตุ่มหรือก้อนที่ผิดปกติให้รีบไปหาแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  • หมั่นไปตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ

การรักษาโรคมะเร็ง

  • การผ่าตัด
  • การฉายแสง
  • เคมีบำบัด
  • การให้ฮอร์โมน
  • การรักษาอื่นๆ (ยาสมุนไพร) ยังมีบางกลุ่มที่ยังรักษาวิธีนี้อยู่นะคะ

“การรักษามะเร็งในแต่ชนิด แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันนะคะ

ดังนั้น อยู่ที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน ควรจะรักษาด้วยวิธีใด

Comments

comments