โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ เพียงแต่คนที่เป็นโรคนี้จะเกี่ยวกับเส้นปลายประสาทตาและเส้นสมองซึ่งผิดปกติ และจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ที่มีความเสี่ยงสูงมากที่สุดก็ในกลุ่มที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป

ผู้เขียนเองก็เป็นโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกมานานแล้วและก็ได้รับการรักษาโดยการกินยาแต่ก็ไม่หายขาด เป็นๆหายๆ เหตุเพราะว่าการที่เราไปรับการรักษากับหมอไม่สม่ำเสมอและการกินยาไม่ต่อเนื่องเป็นเวลานานจึงทำให้ผู้เขียนไม่หายจากการเป็นโรคนี้ สาเหตุที่เป็นและปัจจัยต่างๆที่ทำให้เป็นโรคนี้นั้นมาจากอะไรบ้าง มาดูกันนะคะ

สาเหตุของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก

สาเหตุของการเกิดโรคนี้ไม่ปรากฏแน่นอนว่ามาจากอะไร เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจมาจากเส้นปลายประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณในหน้าผิดปกติหรือว่ามีการกดทับเส้นประสาทจึงทำให้มีการปล่อยกระแสไฟฟ้ามากเกินไปทำให้เกิดการกระตุกของใบหน้าครึ่งซีก ซึ่งจะควบคุมไม่ได้

ตอนช่วงแรกที่ผู้เขียนเริ่มเป็นนั้นเกิดจากตากระตุกก่อน ถี่และบ่อยมาก แต่ก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร และไม่ได้สังเกตว่าตัวเองเป็นอะไรเพียงแค่รำคาญเท่านั้น และเป็นสาเหตุของการเกิดกระตุกจนลามไปถึงช่วงครึ่งซีกของใบหน้าและทำให้ปากเบี้ยวถึงได้ไปหาหมอ แต่ก็รักษาไม่หายขาด อาจเป็นเพราะว่าช่วงที่เราเป็นระยะแรกๆไม่ได้สนใจที่จะไปพบแพทย์

ปัจจัยเสี่ยงของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
  1. การใช้สายตามากเกินไป
  2. การอดนอน
  3. กาแฟ
  4. ความเครียด วิตกกังวล
  5. การทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
การรักษาโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
  1. โดยการใช้ยา เช่น ยากล่อมประสาท ยาบำรุงสายตา (บำรุงปลายประสาทตา)
  2. การฉีดสารโบทูลินัม แต่ต้องมาฉีดทุกๆ 3-6 เดือนและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
  3. การผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงพอสมควร บางรายอาจจะหายหรือบางรายไม่หายขาดและยังมีผลข้างเคียงอีกด้วย
โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกมีอันตรายหรือไม่

โรคนี้ไม่ปรากฏว่าเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ เพียงแต่ว่าผู้ที่เป็นจะขาดความมั่นใจ มีความรู้สึกรำคาญและทำให้ผู้ป่วยอายไม่กล้าเข้าสังคม ซึ่งเป็นโรคที่ไม่รุนแรงแต่รักษาไม่หาย กลายเป็นปมด้อยของผู้ที่เป็น หลบหน้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ไม่อยากไปพบปะสังสรรค์กับใคร อาการกระตุกจะเป็นมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยตื่นเต้น ตกใจ หรือกังวล และมีอารมณ์โกรธ

การป้องกันโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก

การป้องกันโรคนี้โดยเบื้องต้นแล้วไม่มีมาตรการที่แน่นอนในการป้องกันไม่ให้เป็น แต่จะมีข้อแนะนำให้ห่างไกลจากการเป็นโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกได้บ้างมีดังนี้ค่ะ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. งดการใช้สายตาติดต่อกันนานๆ ให้มีการพักสายตาบ้าง
  3. ควรลดการดื่มกาแฟต่อวันให้น้อยลง
  4. ไม่เครียด ไม่คิดมาก
  5. รับประทานอาหารให้ถูกหลักอนามัยครบ 5 หมู่
  6. ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตามถ้าร่างกายคนเราแข็งแรงย่อมห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออาการผิดปกติในร่างกายของเราก็ควรที่จะรีบปรึกษาแพทย์นะคะอย่าปล่อยให้เกิดอาการเป็นนานๆ จะทำให้การรักษาค่อนข้างจะยาก

เพราะผู้เขียนเองที่เป็นโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกยังมานึกเสียดายอยู่เลยว่า “รู้อย่างนี้ไปหาหมอแต่แรกๆก็คงจะดี” เพียงแค่ตากระตุกปล่อยจนให้กระตุกทั้งครึ่งใบหน้าค่อยไปหาหมอ ดังนั้นจึงอยากจะมาบอกกล่าวให้ระมัดระวังโรคบางอย่างที่เราคิดว่าคงไม่เป็นไรมากแต่อาจจะทำให้เราขาดความมั่นใจไปเลยก็ได้นะคะ

“คงไม่สายเกินไปที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงนะคะ”

Comments

comments