ไม่ใช่เพียงคุณแม่เท่านั้นที่รักลูก แต่คุณพ่อก็มีความรัก ความห่วงใยลูกไม่แตกต่างกัน แม้อาจจะไม่ได้ดูแลเท่ากับคุณแม่ แต่เชื่อว่าคุณพ่อหลาย ๆ คนก็ต้องการสนับสนุนส่งเสริมให้ลูกเป็นคนเก่ง ดี และมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น แต่บางครั้งความหวังดีก็อาจกลายเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่ตั้งใจ  หรือกลับจากทำงานเหนื่อยๆ แล้วเผลอหงุดหงิดใส่ลูกโดยไม่รู้ว่าคำพูดแบบไหนที่ทำลายหัวใจดวงน้อยๆบ้าง  วันนี้ MineBeauty 4 คำพูดดี ๆของพ่อ ที่จะทำให้จิตใจของลูกฟูฟ่องกันค่ะ

การรับฟัง และสังเกตความรู้สึกของลูกในแต่ละวัน ก็จะทำให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อใส่ใจ

4 คำพูดดีๆของพ่อ ที่จะทำให้จิตใจของลูกฟูฟ่องกันค่ะ

  1. พ่อรู้ว่าหนูทำได้

กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะเมื่อถึงวัยที่ลูกจะต้องหัดทำอะไรด้วยตัวเอง เช่น ตักข้าวทานเอง หัดนั่งกระโถน ฝึกแต่งกายเอง หรือแม้แต่การเริ่มทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ แน่นอนว่าในช่วงแรกลูกจะยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หากได้กำลังใจดี ๆ จากคุณพ่อแล้วล่ะก็ เชื่อแน่ว่าลุกจะต้องทำได้ดีขึ้นแน่ๆค่ะ

  1. หนูคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

หากลูกติดปัญหาอะไรแล้วมาขอให้คุณพ่อช่วย คุณพ่ออาจเปิดโอกาสให้ลูกคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองดูบ้างก็ได้ และถ้าหากลูกทำไม่ได้จิรงๆ เราค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย การปล่อยให้ลูกแก้ปัญหาเองจะทำให้ลูกคิดแก้ปัญหาเป็น และมีความมุ่งมั่นพยายามที่จะทำให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น

  1. อธิบายพร้อมให้เหตุผล

เวลาจะบอกลูกว่าควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร อย่าบอกลูกแต่คำว่า “อย่าทำนะลูก” “ห้ามทำแบบนี้” อย่างเดียว เพราะลูกจะไม่เข้าใจ ควรให้เหตุผลเพิ่มเติม เช่น “อย่าเข้าใกล้กาน้ำร้อนนะลูก เพราะกาอาจล้มแล้วน้ำร้อนหกราดตัวแล้วหนูจะเจ็บมาก” หรือ “อย่าไปแกล้งเพื่อน เพราะเพื่อนจะเจ็บแล้วไม่อยากคบกับเราอีก” เป็นต้น การให้เหตุผลจะช่วยให้ลูกเข้าใจและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

  1. คืนนี้เราอ่านนิทานเรื่องอะไรกันดี

ถึงแม้ว่ากลับจากทำงานแล้วเราจะเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ก็อย่าปล่อยช่วงเวลาทองก่อนนอนของลูกหลุดลอยไปถึงเราจะกลับมาไม่ทันทานข้าวมื้อเย็นกับลูก ก็ขอให้ได้อ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟังก็ยังดี การอ่านนิทานก่อนนอนนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งเรื่องสมาธิ จินตนาการ ความอบอุ่นในครอบครัว พอคุณพ่อได้เห็นลูกยิ้มหรือหัวเราะ คุณพ่อก็จะคลายความเครียดจากการทำงานหนักมาทั้งวันไปด้วยค่ะ สำหรับคุณพ่อที่กังวลว่าจะเล่าไม่สนุก อาจเริ่มจากการใช้นิทานที่เป็นคำคล้องจอง หรือใช้นิทานที่มีภาพประกอบสีสันสดใส มีประโยคน้อยๆ ไม่ยาวเกินไป ก็จะกระตุ้นความสนใจให้ลูกได้มากขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ การรับฟัง และสังเกตความรู้สึกของลูกในแต่ละวัน ก็จะทำให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อใส่ใจ และอยู่ข้าง ๆ เขา ช่วยให้ลูกคลายความกังวลจากเรื่องต่างๆไปได้เยอะเลยค่ะ

Comments

comments