สำหรับเด็กทารก วัย 0–1 ปี นั้น คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่อาจจะพบเจอปัญหาจนแทบกางตำราไม่ทันกันเลยทีเดียว ไหนจะเรื่องสุขภาพ ไหนจะเรื่องการเลี้ยงดู แล้วยังสิ่งที่ต้องระมัดระวังกันอีก วันนี้ https://www.minebeauty.com จึงนำปัญหาที่พบบ่อยพร้อมวิธีดูแลมาฝากกันค่ะ

4 ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กทารก 0 – 1  ปี

  1. แม่มีน้ำนมไม่พอ : อาจเกิดจาก แม่เครียดมากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม่มี

ร่างกายไม่แข็งแรงทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมออกมาไม่ได้เต็มที่

แนวทางการแก้ไข :

  • หลังจากที่คลอดลูกแล้ว ควรให้ลูกได้ดื่มนมภายใน 1 – 1.30 ชั่วโมง เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำนม
  • พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเครียด
  • ทานอาหารกระตุ้นน้ำนม เช่น ยำหัวปลี ต้มยำไก่ใส่หัวปลี แกงเลียงใส่ฟักทอง ไก่ผัดขิง

น้ำขิง และผัดกุ้ยช่ายกับตับ

  1. เมื่อลูกไม่ยอมนอน : อาจเกิดจากลูกไม่สบายท้อง ไม่สบายตัว, คุณแม่คิดว่าลูกร้องเพราะหิว จึง

รีบให้นม หรือลูกหลับสนิทดีแล้ว แต่ก็ปลุกลูกมากินนม เป็นต้น ทำให้ลูกไม่นอนต่อ คราวนี้จะทำให้ลูกใช้เวลานอนตอนกลางวันแล้วสลับมาตื่นในตอนกลางคืน

แนวทางการแก้ไข

  • เมื่อลูกทานนมอิ่มแล้วควรจับอุ้มพาดบ่า ใช้มือลูบที่หลังเบา จะชวนลูกพูดคุย หรือร้องเพลงให้ฟังก็ได้ เพื่อให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลิน และสบายท้องมากขึ้น
  • ลดปริมาณนมในมื้อดึก และถ้าหากลูกหลับสนิทดีแล้วก็ไม่ต้องปลุกขึ้นมากินนมก็ได้ อีกทั้งยังช่วยลดนิสัยการติดขวดนมอีกด้วย
  1. อันตรายในบ้าน : อันตรายใกล้ตัวเด็กทารกที่พบบ่อยๆ ได้แก่ การลื่นล้ม ชนมุมโต๊ะ ตกจากเตียงนอน และเอื้อมมือไปแตะสวิทช์ไฟ

แนวทางการแก้ไข

  • หากลูกนอนอยู่บนเตียง ควรยกที่กั้นเตียงขึ้นให้สูง เพื่อป้องกันลูกปีนแล้วตกลงมา
  • หาที่ครอบพลาสติกมาติดตรงสวิทช์ไฟ หรือทำสายไฟให้อยู่ไกลพ้นมือเด็ก
  • หมั่นทำความสะอาดบ้าน และโฟมพลาสติกมาครอบมุมโต๊ะไว้เพื่อให้ปลอดภัย
  1. ลูกป่วยบ่อยจนแม่กังวล : ร่างกายของเด็กเล็กยังไม่ค่อยแข็งแรง อาจจะทำให้เขาเจ็บป่วยง่ายอยู่ สักหน่อย เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย อาเจียน ผดผื่นคัน

แนวทางการดูแล

  1. พยายามให้ลูกทานนมแม่จนถึง 6 เดือน เพื่อให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี
  2. พาลูกไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อฉีดวัคซีน และให้คุณหมอตรวจประเมินพัฒนาการ
  3. ตัดเล็บมือของลูกให้สะอาด เพราะวัยนี้มักชอบหยิบของเข้าปาก
  4. หากจะให้ลูกทานอาหารเสริม ควรปรุงอาหารใหม่ หรือนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนที่จะป้อนเด็ก
  5. หากไม่ได้อยู่ห้องแอร์ก็ไม่ควรใส่เสื้อให้ลูกหนาเกินไป เพราะอาจเกิดการอับ และระคาย เคืองที่ผิวหนังได้
  6. คอยสังเกตว่าลูกมีอาการแพ้อะไรหรือไม่ เช่น แพ้ไข่ แพ้นมวัว หรือแพ้อากาศ เพื่อจะได้รีบปรึกษาคุณหมอได้ทันท่วงที

อาจจะดูเป็นเรื่องหยุมหยิมกวนใจสักหน่อย แต่ก็สำคัญ และหากเราเตรียมการไว้ล่วงหน้าก็จะช่วยให้ปัญหาในวัยทารกค่อยๆ เบาบางลงค่ะ

 

Comments

comments