เก๋ากี้ คือ ผลโกจิเบอร์รี่ นั้นเอง ว่ากันว่าโกจิเบอร์รี่หรือเก๋ากี้เป็นน้ำผลไม้ที่มีแหล่งที่มาจากเทือกเขาหิมาลัยเชียวนะ แถมมีรสชาติดีมีกลิ่นหอมและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมายอีกด้วย วันนี้เราก็เลยได้นำเอา สรรพคุณและประโยชน์ของเก๋ากี้มาบอกให้รู้กันคะเก๋ากี่ หรือ ลีเซียม บาร์บารุ่ม (Lycium Barbarum)   คือผลของต้นเก๋ากี้ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งตระกูลเบอร์รีสีแดงมีลักษณะเป็นเมล็ดเล็กๆ ที่นิยมรับประทานในหมู่ชาวจีน ผลที่สุกแล้วจะมีสีแดงเหมือนเลือด จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ฮ่วยกี้” เป็นยาบำรุงชั้นดี มีฤทธิ์ปานกลาง รสหวาน เก๋ากี้ที่ดีต้องมีเม็ดใหญ่ สีแดง เนื้อหนา อ่อนนิ่ม รสหวาน การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในที่แห้ง อย่าให้ชื้น จะทำให้เสื่อมคุณภาพ หรือขึ้นรา ส่วนมากเรารู้จักเก๋ากี้ในเชิงสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารเสียมากกว่า โดยเรามักจะพบว่าในแกงจืด หรือใส่ในเครื่องตุ๋นต่างๆ

วิธีการทานเก๋ากี้ให้ได้สรรพคุณที่ดี ควรใส่เก๋ากี้เป็นเครื่องปรุงสุดท้าย ก่อนจะยกลงจากเตา

สรรพคุณ และ ประโยชน์ของ เก๋ากี้ ได้แก่

  1. ประกอบด้วยกรดอะมิโน 19 ชนิด (ปกติมี 20 ชนิด) แต่มีกรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด
  2. มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องกายในปริมาณน้อย รวม 21 ชนิด ที่สำคัญได้แก่ สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ซิลีเนียม และเจอร์มาเนียม ฯลฯ
  3. มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 500 เท่า (เป็นพืชที่มีวิตามินิซีสูงเป็นอันดับสอง รองจาก คามู คามูเบอร์รี่)
  4. มีวิตามิน บี1 บี2 บี6 และวิตามินอี
  1. มีสารโพลี่แซคคาไรด์ 4 ชนิด : LBP-1, LBP-2, LBP-3, LBP-4
  • ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุลดี
  • ช่วยปรับความดันโลหิตให้ปกติ
  • ช่วยให้น้ำตาลในเลือด และอินซูลินอยู่ในสภาวะสมดุล
  • ช่วยลดน้ำหนัก โดยเสริมการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแทนไขมัน
  • ช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่ถูกทำลายจากสารเคมีหรือรังสีให้สู่ปกติได้เร็วขึ้น
  1. มีสารเจอร์มาเนี่ยม Germanium : Ge ที่อยู่ในสภาพอินทรีย์ (organic) ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง

7.มีสารซิแซนทิน(Zeaxanthin) มีสูงถึง162 มก./100 กรัมสูงกว่าสาหร่ายเกลียวทองประมาณ 5 เท่า

  • ช่วยบำรุงสายตา และป้องกันแสงสีน้ำเงินที่ทำลายดวงตา
  • ช่วยผู้มีอาการ ต้อลม ตาพร่า ตามัว ให้คืนสู่สภาพปกติ

8.เบต้า – ไซโตสเตอรอล (Beta – sitosterol)

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยการดูดซึมที่ลำไส้
  • ช่วยลดอาการต่อมลูกหมากโต
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพน้ำอสุจิให้แข็งแรง
  1. ไซเพอโรน (Cyperone) ช่วยให้หัวใจและความดันทำงานได้ปกติ
  1. ไฟซาลิน (Physalin) ช่วยกำจัดโรคร้าย ลิวคีเมีย (Leukemia)
  1. บีรเทน (Betaine) เป็นสารประกอบที่ให้ตับใช้ ผลิตโคลีนซึ่งเป็นสารประกอบที่
  • ช่วยให้มีความจำดี
  • ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโต
  • ช่วยป้องกันโรคตับ
  1. สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในบรรดาผักและผลไม้อื่นๆ คือ มีค่า ORAC สูง 25,300 unite

สามารถใช้เก๋ากี้เป็นเครื่องปรุงอาหารได้ เช่น ตุ๋นกับเนื้อสัตว์เป็นอาหารบำรุง โดยทั่วไปใช้เก๋ากี้ประมาณครั้งละ 6-12 กรัม ต้มรับประทานน้ำ ดื่มแทนน้ำชา ทำเป็นยาเม็ดลูกกลอน ดองเหล้า หรือต้มจนเปื่อยกรองเอากากออก ทำเป็นขนมรับประทานเป็นของว่าง เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งในยุคนี้ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม ใหม่ๆ สามารถเปลี่ยนเก๋ากี้ ให้กลายมาเป็นน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น รสชาติอร่อย กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อยู่ในรูปน้ำผลไม้เสริมสร้างและบำรุงสุขภาพ

วิธีการทานเก๋ากี้ให้ได้สรรพคุณที่ดี ควรใส่เก๋ากี้เป็นเครื่องปรุงสุดท้าย ก่อนจะยกลงจากเตาไม่แนะนำให้เอาเก๋ากี้ ไปต้มหรือตุ๋นจนเปื่อย นอกจากนี้ ในผู้ที่ปัญหาในการมองเห็น เช่น ตาบอดกลางคืนน้ำตาแห้ง หรือตาพร่ามัว อาจจะใช้เก๋ากี้แห้ง ทานวันละ1 กำมือ ของผู้ป่วยเป็นเวลา 1 อาทิตย์ จะสังเกตเห็นว่าอาการ น้ำตาแห้ง หรือประสิทธิภาพในการมองเห็นจะดีขึ้น

เป็นยังไงบ้างคะกับสรรพคุณของเก๋ากี้มากมายขนาดไหน หาเก๋ากี้มาลองทานกันดูนะคะหาง่ายตามท้องตลาดโดยเฉพาะร้านขายยาจีนคะ

 

 

Comments

comments